งานวิจัยเผย ควรทำการ ล็อกดาวน์ จนกว่าจะพบวัคซีนต้าน COVID-19

งานวิจัยเผย ควรทำการ ล็อกดาวน์ จนกว่าจะพบวัคซีนต้าน COVID-19 จากงานวิจัยประสบการณ์ของทางด้านประเทศจีน บอกว่า ประเทศที่ต้องทำการยกเลิกมาตรการปิดเมือง และมีการอนุญาตให้ประชาชน กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกตินั้น อาจจะต้องจับตาดูสถานการณ์ของการติดเชื้อครั้งใหม่อย่างใกล้ชิดนั่นเอง รวมทั้งมีการปรับมาตรการเพื่อเป็นการควบคุม จนกว่าจะมีการค้นพบวัคซีนต้านโควิด-19

นักวิจัยจากประเทศฮ่องกง บอกว่า มาตรการขั้นรุนแรงของทางรัฐบาลประเทศจีน ที่จะทำการควบคุมการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนภายในประเทศ ได้นำไปสู่คลื่นลูกแรกของการหยุดยั้งโรคโควิด-19 แต่ความอันตรายจากคลื่นลูกที่สอง ต่างหากที่เป็นของจริง

“ ในขณะที่มาตรการควบคุมพวกนี้ดูเหมือนจะลดจำนวนของผู้ที่มีการติดเชื้อลงจนเหลืออยู่ภายในระดับที่ต่ำมากๆ โดยที่ไม่ต้องใช้แนวทางภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อเป็นการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา แต่อาจจะมีผู้ป่วยเกิดขึ้นมาอีก เนื่องจากธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรมและโรงเรียนต่างๆ กลับมาเปิดทำการอีกครั้งแล้ว ประกอบกับการพบปะของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มของผู้ที่มีการเดินทางมาจากต่างประเทศ ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่เชื้อไปทั่วโลกได้เหมือนกัน ” ศาสตราจารย์ โจเซฟ ที วู จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง หนึ่งในผู้วิจัย บอก

แม้ว่าประเทศจีนจะสามารถลดจำนวนของผู้ที่มีการติดเชื้อลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นักวิจัยก็ได้ออกมาเตือนว่า ถ้าหากว่ามีการอนุญาตให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วเกินไป และผ่อนคลายมาตรการในหลายๆพื้นที่เร็วเกินไป จำนวนของผู้ที่มีการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรจะทำการจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเสียก่อน

“ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะคงนโยบายควบคุม เช่น การเว้นระยะห่างทางร่างกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไว้ระยะหนึ่งแล้ว แต่การรักษาสมดุลระหว่างการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจและรักษาตัวเลขของผู้ป่วยให้อยู่ในระดับที่ต่ำ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด จนกว่าจะค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถออกมาจำหน่ายได้ทั่วโลก” ศาสตราจารย์วูพูด

 

สาวโพสต์ เงินห้าพันเข้าบัญชีแล้ว เยาะเย้ยว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น

สาวโพสต์ เงินห้าพันเข้าบัญชีแล้ว เยาะเย้ยว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น  หลังจาก วันนี้ ( 8 เมษายน 2563 ) รัฐบาลเริ่มที่จะทยอยทำการโอนเงินตามมาตรการเยียวยา เป็นเงินจำนวน  5,000 บาท ที่เปิดให้ทำการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่ วันที่ 28 มี.ค. 63 ที่ผ่านมานี้  ให้กับทางประชาชนไปบ้างแล้ว

ล่าสุด ภายในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ จากเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งคาดการณ์ว่าเธอนั้นเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ได้ทำการโพสต์ข้อความ แจ้งว่า ตนเองนั้นได้รับเงิน จำนวน 5,000 บาทแล้ว โดยมีการบอกว่า “เงิน 5 พัน เข้าบัญชีแล้วค่ะ ก็แค่เศษเงินหลังตู้เย็น เหอะ ” ก่อนที่จะถูกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเยอะแยะมากมาย จนต้องทำการลบโพสต์ภายในเวลาต่อมานั่นเอง

จากเฟซบุ๊กของหญิงสาวคนนี้  ยังมีการพบว่า เจ้าตัวแต่งตัวดี ใช้กระเป๋า นาฬิกา ซึ่งล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น  ทำให้ชาวเน็ต เกิดการตั้งคำถามว่า ทางรัฐบาลได้ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท อย่างละเอียดแล้วจริงหรือไม่ อย่างไร

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แฮชแท็ก #เราไม่ทิ้งกัน กลับมาขึ้นเป็นอันดับ 1 บนทวิตเตอร์ไทยเทรนด์อีกครั้งแล้วในตอนนี้  ซึ่งได้มีการพบว่าในแฮชแท็กนี้ มีการพูดถึงโพสต์ของหญิงสาวคนนี้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

สาวโพสต์ เงินห้าพันเข้าบัญชีแล้ว เยาะเย้ยว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น

 

สาวโพสต์ เงินห้าพันเข้าบัญชีแล้ว เยาะเย้ยว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น

 

สาวโพสต์ เงินห้าพันเข้าบัญชีแล้ว เยาะเย้ยว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น

คนไทยเสียชีวิต จาก เชื้อโควิด-19 แล้ว 26 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 51

คนไทยเสียชีวิต จาก เชื้อโควิด-19 แล้ว 26 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 51 วันนี้ (6 เมษายน 2563 ) เมื่อเวลาประมาณ  11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  แถลงการณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า

ล่าสุด ข้อมูลในวันนี้ สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเพิ่มเป็น 51 คน กระจายอยู่ใน 66 จังหวัด รวมทั้งผู้ป่วยสะสม อยู่ที่ประมาณ  2,220 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก  3 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ  119 ราย

ผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายชาวไทย อายุประมาณ 28 ปี เป็นพนักงานบริษัทในกรุงเทพมหานคร ตรวจประวัติพบว่าเพื่อนร่วมงานของภรรยาได้มีการติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยอาการไข้ อาการไอและเจ็บคอ พบว่าผลยืนยันออกมาแล้วว่ามีการติดเชื้อเมื่อ วันที่ 4 เมษายน 2563 ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันเดียวกันนั้นเอง

ผู้เสียชีวิตรายที่สอง เป็นชายชาวไทย อายุประมาณ 51 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน ภาวะอ้วน โรคความดันโลหิตสูง เริ่มมีอาการป่วย ตั้งแต่วันที่  28 มีนาคม 2563 มีอาการไอ ปวดหัว  หนาวจนสั่น วันที่ 1 เมษายน 2563  ได้แอดมิดเข้าโรงพยาบาล พบว่าออกซิเจนที่อยู่ในเลือดลดน้อยลงเรื่อยๆ ปอดอักเสบรุนแรง ผลออกมาว่าติดเชื้อ วันที่ 2 เมษายน 2563  เสียชีวิต วันที่ 4 เมษายน 2563

ผู้เสียชีวิตรายที่สาม เป็นหญิงชาวไทย อายุประมาณ  59 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน มีประวัติการไปเล่นการพนันในหลายๆสถานที่ในกรุงเทพมหานคร พบปะกับผู้คนจำนวนมาก เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่  29 มีนาคม 2563 เสียชีวิต วันที่ 2 เมษายน 2563

สรุปแล้ววันนี้ ผู้ป่วยที่กลับบ้านได้เพิ่มเป็นทั้งหมด  119 ราย รวมๆหายแล้วทั้งหมดประมาณ  793 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งหมดประมาณ  1,353 ราย เสียชีวิตแล้วรวมๆ 26 ราย รวมผู้ป่วยสะสม อยู่ที่ประมาณ 2,220 ราย

สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ทั้ง 51 รายในวันนี้ แบ่งเป็น

          1. สัมผัส/เกี่ยวข้องผู้ป่วยก่อนหน้า ประมาณ 25 ราย

1.1 พิธีกรรมทางศาสนา ทั้งหมด 3 ราย

1.2 สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อ ทั้งหมด  22 ราย

          2. กลุ่มผู้ป่วยใหม่ ประมาณ  19 ราย

2.1 คนไทยกลับจากต่างประเทศ ทั้งหมด 1 ราย

2.2 คนต่างชาติมาจากต่างประเทศ ทั้งหมด 1 ราย

2.3 สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งหมดประมาณ  1 ราย

2.4 อาชีพกลุ่มเสี่ยง ทั้งหมด 3 ราย

2.5 บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมด 13 ราย (บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโดยตรง)

         3. กลุ่มรอสอบสวนโรคเพิ่มเติม ทั้งหมดประมาณ  7 ราย

 

คนไทยเสียชีวิต
คนไทยเสียชีวิต จาก เชื้อโควิด-19 แล้ว 26 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 51

พิจิตร ตรวจเข้มสู้ โควิด-19 กักตัว 64 นักศึกษา กลับจากที่ฝึกงานภายในพื้นที่เสี่ยง

พิจิตร ตรวจเข้มสู้ โควิด-19 กักตัว 64 นักศึกษา กลับจากที่ฝึกงานภายในพื้นที่เสี่ยง  เมื่อวานนี้ (4 เมษายน 2563 ) เวลาประมาณ  16.00 น. นายวิชัย ชวนรักษาสัตย์ ผอ.วิทยาลัยชุมชนพิจิตร ได้ทำการเปิดเผยว่า

ได้รับตัวของนักศึกษาที่ไปฝึกงาน ได้เดินทางกลับมาถึงวิทยาลัยชุมชนโพทะเล-วิทยาลัยชุมชนทับคล้อ โดยนักศึกษาทั้งหมดประมาณ  64 คน จากวิทยาลัยทั้งหมดจำนวน 2 แห่ง ซึ่งไปฝึกงานที่ บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ตั้งอยู่ที่ จ.ชลบุรี

ซึ่งตอนนี้เป็นพื้นที่ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  และได้รับผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของผู้บริหารสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาที่ทำการส่งนักศึกษาเพื่อไปฝึกงาน

จึงได้ตัดสินใจร่วมกัน ขอให้นักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนทั้งหมดประมาณ  2 แห่ง คือ วิทยาลัยชุมชนโพทะเลและวิทยาลัยชุมชนทับคล้อ  ให้กลับบ้านท่ามกลางสภาวะที่มีความเสี่ยง โดยรถบัสที่นำนักศึกษาอาชีวะทั้ง 2 กลุ่มนี้ มาส่งที่วิทยาลัยภายในเขตอำเภอทับคล้อทั้งหมด  36 ราย และมาส่งที่วิทยาลัยในเขตอำเภอโพทะเล ทั้งหมดประมาณ 28 คน  เป็นชายทั้งหมด 9 ราย  หญิงทั้งหมด  19 ราย

โดยเมื่อมาถึงที่วิทยาลัยก็ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง  สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 2 แห่ง เพื่อมารอรับ  ทำการสอบสวนประวัติของการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย โดยภายในคืนวันนี้ ทางราชการจะให้ทำการกักตัวและนอนอยู่ภายในพื้นที่ของวิทยาลัย  ซึ่งข้อมูลจากนักศึกษาที่อยู่ ที่ วิทยาลัยชุมชนโพทะเล บอกว่า นักศึกษาชายทั้งหมดประมาณ  9 ราย  จะให้นอนที่ตึกช่าง นักศึกษาหญิงทั้งหมด 19 ราย จะให้นอนที่ตึกแผนกพาณิชยกรรม

ส่วนเรื่องของอาหารการกินนั้น ทางด้าน อบต.ท่าบัว และ อ.ทับคล้อ ได้ทำการจัดหามาเพื่อทำการดูแลให้กับทางนักศึกษาที่ถูกกักตัว มีทั้งน้ำ มีทั้งข้าวกิน ไม่ขาดแคลน ซึ่งอาจจะต้องอยู่ในความควบคุมของทางราชการเป้นเวลาทั้งหมดประมาณ  14 วัน เพื่อเป้นการเฝ้าระวัง ว่า กลุ่มนักศึกษาจากทั้ง 2 วิทยาลัยนี้ จะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่อย่างไร

แต่ในเบื้องต้นทุกๆคนมีอาการเป็นปกติ ไม่มีไข้ขึ้นสูง แต่ก็ยังคงต้องถูกเฝ้าระวังกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้ จะทำการส่งตัวไปกักกันที่บ้านให้ชุมชนช่วยกันเฝ้าระวังแทน

 

ลูกๆ บอกลาแม่ เป็นครั้งสุดท้าย ผ่านทางวิทยุสื่อสาร ก่อน โควิด-19 พรากชีวิต

ลูกๆ บอกลาแม่ เป็นครั้งสุดท้าย ผ่านทางวิทยุสื่อสาร ก่อน โควิด-19 พรากชีวิต  นางซันดี รัตเตอร์ คุณแม่ลูก 6 อายุประมาณ  42 ปี ชาวเมืองเอเวอเรตต์ รัฐวอชิงตัน ทางตะวันตกของสหรัฐ เพิ่งจะหายจากอาการป่วยโรคมะเร็งเต้านมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้  แต่ก็ต้องลาจากโลกนี้ ไปเมื่อประมาณ วันที่ 16 มีนาคม 2563  ที่ผ่านมานี้ ด้วยอาการป่วยโรคโควิด-19โดยลูกๆทั้งหมดจำนวน  6 คน ทำได้แค่บอกลาผ่านด้านนอกของกระจกของห้องห้องพักรักษาตัวเท่านั้น

ช่วงวาระสุดท้ายของเธอ บุคลากรทางการแพทย์เข้าไปภายในห้องที่เธอทำการรับรักษาตัว พร้อมทั้งทำการยื่นวิทยุสื่อสารให้กับเธอ ขณะที่บุคลากรทางกาารแพทย์อีกกลุ่ม ที่อยู่ด้านนอกก็ยื่นวิทยุสื่อสารให้ลูกๆทั้ง 6 คนของเธอ นายเอลิจาห์ รอสส์-รัตเตอร์ ลูกชายอายุประมาณ  20 ปี เปิดเผยกับทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หลังจากที่ได้รับวิทยุสื่อสาร ตนเองก็มองแม่ผ่านทางกระจกเพื่บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในตอนนั้นตนเองบอกกัแม่ว่า เขานั้นรักแม่มากๆ

         จากนี้พี่ต้องดูแลน้องๆ

“ผมบอกแม่ของผมว่า ผมรักแม่” นายเอลิจาห์ บอก “มันยากนะครับตอนนั้น คุณเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องพูดว่าอะไร” ลูกชาย อายุ 20 ปี คนนี้บอกทิ้งทายก่อนที่ นางซันดีว่า ตนเองกับน้องๆ ไม่เป็นอะไร

“เราที่โตกันแล้ว จะเลี้ยงดูน้องๆเอง แล้วก็จะให้น้องๆโตมาเป็นคนในแบบที่แม่อยากให้เป็นครับ ” ครอบครัวนี้เพิ่งเสียพ่อไปเมื่อประมาณ  8 ปีก่อน ในขณะเดียวกันแม่ นางซันดี ก็ได้ทำการต่อสู้กับโรคมะเร็งมาอย่างยาวนานเช่นกัน แต่ในที่สุด นางซันดี ก็หายป่วยเมื่อประมาณ เดือน มกราคมที่ผ่านมานี่เอง ซึ่ง นายเอลิจาห์ กล่าวว่า ครอบครัวนี้เพิ่งกลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 นาง ซันดี เริ่มมีอาการป่วย เริ่มอ่อนแรง หายใจลำบากและมีอาการปวดหัวข้างเดียว ซึ่งเป็นอาการของโรคำมเกรน ทำให้วันที่ 3 มีนาคม 2563  นายเอลิจาห์ จึงได้ทำการพาแม่ของเขาไปที่โรงพยาบาล

โดยใช้เวลาตั้งแต่ตรวจจนเสร็จทั้งหมด 4 ถึง 5 ชั่วโมง แต่ก็ต้องกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อแม่ของเขามีอาการที่ทรุดลงอย่างหนัก นายเอลิจาห์ ยังบอกอีกว่า นายไทรี พี่ชายคนโต อายุประมาณ  24 ปี ตั้งใจจะส่งเสียน้องๆที่มีอายุ 13, 14 และ 15 ที่ยังเรียนไม่จบ จะหาบ้านให้ไปอยู่ด้วยกัน

เชียงราย ปิดหมู่บ้าน ติดโควิด-19 สามรายรวด ห้ามเข้า-ออกชั่วคราว

เชียงราย ปิดหมู่บ้าน ติดโควิด-19 สามรายรวด ห้ามเข้า-ออกชั่วคราว รายงานสถานการณ์ล่าสุดจาก จ.เชียงราย หลังจากที่พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนทั้งหมด 9 ราย โดยมีทั้งหมด 3 ราย ที่พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน ภายใน อ.แม่จัน นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่จัญ จึงทำเรื่องเสนอไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ขอให้มีการปิดหมู่บ้านนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด-19

โดยผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดจำนวน 3 ราย นั้นได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร  เมื่อพบว่าตนเองนั้นมีอาการป่วย จึงได้ไปพบแพทย์ จึงทำให้พบว่าเกิดการติดเชื้อ ส่งผลทำให้ภายในหมู่บ้านมีกลุ่มผู้ที่ต้องทำการเฝ้าระวังและต้องกักตัวทั้งหมดประมาณ  37 ราย

ขณะที่ในหมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมดประมาณ  800 คน  155 ครัวเรือน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด จึงขอให้ปิดบ้านสาขาของบ้านปางผักฮี้ หมู่ที่ 12 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นระยะเวลาชั่วคราว และนอกจากห้ามเข้าและออกจากพื้นที่ของหมู่บ้านแล้ว ยังห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านเรือนในยามวิกาลอีกด้วย

นอกจากนั้น นาย ประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการของจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อทำการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และทำความเข้าใจให้กับผู้นำของทางชุมชน ประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่นี้ ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการของทางราชการในการปรับใช้ เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง  จึงได้ขอความร่วมมือกับทางประชาชนภายในพื้นที่

ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆที่มีความเกี่ยวข้อง  และได้สอบถามกับทางประชาชนภายในพื้นที่ แล้วปรากฎว่ามีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทางราชการและจะปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับด้วยดี  ซึ่งทาง อ.แม่จัน เตรียมทำการจัดตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นมาในพิ้นที่บริเวณหมู่บ้านนี้

โดยจะมีการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อทำการคัดกรองและเวรยามไปประจำอยู่ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ไปจนถึงวันที่ 14 เมษายน 2563 นี้  ซึ่งล่าสุดทางผู้บริหารระดับสูงของ จ.เชียงราย ออกมาประกาศเพื่อเป็นปิดหมู่บ้านตั้งแต่ วันที่ 2 เมษายน 2563  และให้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อไปดูแลหมู่บ้านและควบคุมเส้นทางเข้าออกจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงราย นอกจากจะพบในพื้นที่ อ.แม่จัน ทั้งหมดประมาณ 3 รายแล้ว ยังมีที่ อ.เทิง จำนวนทั้งหมด  2 ราย, อ.แม่สาย จำนวนทั้งหมดประมาณ 3 ราย และ อ.เมืองเชียงราย จำนวนทั้งหมด 1 ราย อีกด้วย

 

เชียงราย ปิดหมู่บ้าน ติดโควิด-19 สามรายรวด ห้ามเข้า-ออกชั่วคราว

 

เชียงราย ปิดหมู่บ้าน ติดโควิด-19 สามรายรวด ห้ามเข้า-ออกชั่วคราว

 

ลูกค้าธนาคาร ถูกเตือนไม่สวมใส่หน้ากาก แกล้งไอ ขากเสมหะ ปิดสาขาฆ่าเชื้อ

ลูกค้าธนาคาร ถูกเตือนไม่สวมใส่หน้ากาก แกล้งไอ ขากเสมหะ ปิดสาขาฆ่าเชื้อ  ช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ ( 31 มีนาคม 2563 ) เพจเฟซบุ๊ก “แม่ริม เชียงใหม่” โพสต์แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการที่มีธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่ริม จ.เชียงใหม่

ซึ่งตั้งอยู่ภายในตัว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ประกาศปิดให้บริการเป็นเวลาชั่วคราว พร้อมทั้งรูปภาพเอกสารแผ่นหนึ่งที่พูดถึงสาเหตุของการที่ต้องปิดทำการมีข้อความว่า มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้ว ไม่ยอมสวมใส่หน้ากากอนามัย

ทางพนักงานร้องขอให้ลูกค้าสวมใส่หน้ากากแล้วแต่ลูกค้ายังไม่ยอมใส่และทำกริยาทางทาง ไอแค่กๆหมุนรอบๆตัว เหมือนเป็นการประชดพนักงาน  ตบท้ายด้วยการทำท่าขับเสมหะ แต่ไม่ได้ถุยออกมาเพราะยังไม่กล้าทำจริงๆนั่นเอง แบบที่เล่นทีจริง สาขาจึงต้องทำการรายงานสถานการณ์ให้ทาง สำนักงานใหญ่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั่นเอง สำนักงานใหญ่จึงมีการออกคำสั่งให้สาขารับผิดชอบต่อสังคม แบบเข้มงวด โดยให้ดำเนินการปิดทำความสาขาชั่วคราว พร้อมทำความสะอาดสาขาแบบฆ่าเชื้อโรคและอบโอโซน

ขณะที่จากการตรวจสอบที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่ริม เชียงใหม่ ตัวอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงค่ำ (31 มีนาคม 2563 ) พบว่าที่ประตูธนาคารมีการปิดป้ายประกาศเพื่อเป็นการแจ้งให้รู้ว่าธนาคารสาขานี้ปิดทำการจริงๆ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 ไปจนถึง 6 เมษายน 2563 โดยจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 7 เมษายน 2563 อย่างไรก็ตามในส่วนของตู้เอทีเอ็ม และตู้ฝากเงินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

นอกจากนี้ ยังพบป้ายข้อความที่คาดคิดว่าน่าจะมีการติดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อเป็นการแจ้งให้ลูกค้ารับรู้และปฏิบัติตัวเพื่อเป็นการป้องกันในช่วงสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19  บอกว่า “ขอทำการสงวนสิทธิ์ในการให้บริการเฉพาะลูกค้าที่สวมใส่หน้ากากอนามัยเท่านั้น และให้ทำการกดเจลเพื่อล้างมือเมื่อเข้ามาใช้บริการภายในสาขาทุกๆครั้ง” และป้ายข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ระบุว่าจำกัดจำนวนลูกค้าเข้าไปในสาขาครั้งละไม่เกิน  14 คน และให้นั่งหรือยืนในจุดที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสระยะใกล้ชิด

 

ประเทศไทย เสียชีวิต อีก1 ตายแล้วรวมๆ 10 ราย โฆษกเปิดเผยว่าป่วยโควิด-19

ประเทศไทย เสียชีวิต อีก1 ตายแล้วรวมๆ 10 ราย โฆษกเปิดเผยว่าป่วยโควิด-19  วันนี้  (31 มีนาคม 2563 ) เมื่อเวลาประมาณ  11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงการณ์ถึงสถานการณ์ของโควิด-19 ภายในประเทศไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า

ล่าสุด ข้อมูลในวันนี้ สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโควิด-19 ภายในประเทศไทยมีผู้ที่เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 10 ราย พบผู้ป่วยเพิ่มอีกประมาณ  127 ราย รวมผู้ป่วยสะสมทั้งหมดประมาณ  1,651 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ ยังคงเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงาน

ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ COVID-19 ได้ที่นี่  ทั้งนี้ รายละเอียดของผู้ป่วยใหม่ทั้งประมาณ 127 คน สามารถจำแนกได้เป็นดังนี้

1. สัมผัส/เกี่ยวข้องผู้ป่วยก่อนหน้า 62 ราย

1.1 สนามมวยจำนวนทั้งหมด 4 ราย

1.2 กลุ่มสถานบันเทิงทั้งหมด 11 ราย

1.3 สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อประมาณ 47 ราย

        2. กลุ่มผู้ป่วยอื่นๆ 49 ราย

2.1 คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศทั้งหมดประมาณ  17 ราย

2.2 คนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศจำนวน  6  ราย

2.3 อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในสถานที่แออัด หรือ ทำงานที่มีความใกล้ชิด สัมผัสกับชาวต่างชาติทั้งหมดประมาณ  9 ราย

2.4 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขประมาณ  3 ราย

2.5 ไปสถานที่ชุมนุมของประชาชนประมาณ  6 ราย

2.5 อื่นๆอีกประมาณ  8 ราย

  3. กลุ่มรอสอบสวนโรคเพิ่มเติม 16 ราย

ผู้เสียชีวิตรายที่ 10 เป็นชายชาวไทย อายุประมาณ  48 ปี ประกอบอาชีพนักดนตรี ทำงานที่กรุงเทพมหานคร มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่  20 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไอและมีไข้ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคอีสาน พบว่า ปอดเกิดการอักเสบ มีอาการรุนแรงขึ้น จนทำให้การหายใจล้มเหลวและมีการติดเชื้อ เสียชีวิต เวลาประมาณ 5.00 น.

 

นครพนม กักตัวชาวบ้าน 34 ราย หลังจากที่ไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านป้าติดโควิด-19

 นครพนม กักตัวชาวบ้าน 34 ราย หลังจากที่ไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านป้าติดโควิด-19  สธ.อำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม สั่งให้ทำการกักตัวชาวบ้านจำนวนทั้งหมด  34 ราย หลังจากที่เคยไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านของป้าติด โควิด-19

ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการดูแล ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่มีการตรวจพบว่ามีผู้ป่วยหญิง อายุประมาณ  63 ปี ชาวบ้าน ท่าดอกแก้ว หมู่ 5 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่เดินทางกลับมาจากทำงานที่ กทม. เมื่อประมาณ วันที่ 20 มีนาคม 2563 และป่วยติดเชื้อ ซึ่งมีผลตรวจยืนยันออกมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563

จนกระทั่งทาง จ.นครพนม ได้ทำการระดมทีมเพื่อทำการควบคุมและเฝ้าระวัง เข้าไปตรวจสอบคัดกรองการกักตัวชาวบ้านที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงกว่า 30 ราย พร้อมทั้งปิดทางเข้าออกหมู่บ้านเป็นระยะเวลาประมาณ 30 วัน และเร่งทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง พร้อมทะเงประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไล่ไทม์ไลน์จุดเสี่ยงทุกจุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ล่าสุด ทางด้าน นายกามนิต มงคลเกตุ สาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นายทศวิชัย ม่วงภูเขียว ประธาน อสม.ตำบลนาคำ อ.ศรีสงครามและเจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้อง

ได้เข้าไปเพื่อทำการตรวจสอบ คัดกรอง ชาวบ้านคำสว่าง หมู่ 2 ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม หลังจากที่มีการตรวจพบข้อมูลว่ามีชาวบ้านส่วนหนึ่งเดินทางไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านท่าดอกแก้วหมู่ 5 ต.ท่าจำป่า อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 คนดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563

โดยทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบคัดกรองสั่งให้มีการกักตัว รวมๆทั้งหมด 34 ราย เป็นระยะเวลาประมาณ  14 วัน เพื่อความปลอดภัยและมีทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ และ อสม. เข้าไปทำการตรวจสอบ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังเพื่อดูอาการวันต่อวันจนกว่าจะพ้นขีดอันตราย เบื้องต้นยังไม่พบมีอาการป่วย และชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

กักตัวชาวบ้าน
นครพนม กักตัวชาวบ้าน 34 ราย หลังจากที่ไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านป้าติดโควิด-19

 

กักตัวชาวบ้าน
นครพนม กักตัวชาวบ้าน 34 ราย หลังจากที่ไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านป้าติดโควิด-19

ซื้อ ขนมจีนน้ำยา ให้แม่กิน พบสิ่งแปลกปลอมคล้ายกับกระดาษชำระเต็มถุง

ซื้อ ขนมจีนน้ำยา ให้แม่กิน พบสิ่งแปลกปลอมคล้ายกับกระดาษชำระเต็มถุง นักข่าวรายงานว่า (29 มีนาคม 2563 ) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพของสิ่งแปลกปลอมอยู่ในน้ำยาขนมจีน ลักษณะคล้ายๆกระดาษชำระ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนมีใจความว่า “สังคมสมัยนี้ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ โรคก็เกิดคนก็กลัว พวกฉวยโอกาสก็เยอะ เจอมากับตัวเอง ขนมจีนน้ำยาซื้อไปให้แม่แต่พอตักจะกินเจอแบบนี้ ใช้กระดาษแทนปลาให้ดูข้นๆ ไม่อยากบอกสถานที่ ร้านที่เขาทำดีๆก็มีเยอะแยะ คนทำแบบนี้ละอายใจบ้างนะคะ ฝากเพื่อนๆก่อนซื้อดูดีๆนะคะไม่อยากให้เจอแบบนี้”

หลังจากที่รู้เรื่อง นักข่าวได้เดินทางเพื่อไปพิสูจน์ที่บ้านหลังหนึ่งในเขต ต.อบทม อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวจุ๋ม (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์เรื่องราวนี้  เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมาได้เดินทางไปซื้อขนมจีนน้ำยา ที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งใน อ.สามโก้มา ให้แม่กิน

ซึ่งเมื่อแม่ของตนเทออกมาจากถุงก็รู้สึกแปลกๆว่าเห็นน้ำยาที่มีความข้นกว่าปกติ จึงลองใช้ช้อนคนดูก็พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมซึ่งดูจากลักษณะแล้วไม่น่าจะใช่เนื้อปลาอย่างแน่นอน น้องสาวของแม่จึงเก็บใส่ถุงไว้ให้ตนดู เมื่อตนกลับมาเห็นก็ต้องตกใจเพราะไม่ใช่เนื้อปลาแน่นอน

ส่วนจะเป็นกระดาษหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ แต่เมื่อลองหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าสิ่งแปลกปลอมอันนี้อมน้ำยาเอาไว้ และเมื่อยีออกมาก็ไม่เละแต่จะมีเป็นใยคล้ายๆเยื่อกระดาษ ตนจึงมั่นใจว่าไม่ใช่เนื้อปลาอย่างแน่นอนจึงนำมาโพสต์เตือนประชาชนให้มีความระมัดระวัง

ช่วงนี้เป็นช่วงเกิดวิกฤติทั้งทางเศรษฐกิจและโรคก็กำลังระบาด เราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นอะไร กระดาษชำระหรือสำลีจึงทำให้รู้สึกกลัว โรคระบาดก็เยอะและเราก็คงไม่ใช่กินรายเดียว เมื่อกินเข้าไปจะสะสมและจะเป็นอะไร ตอนนี้มันน่ากลัวไปหมดอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยสำรวจ และตรวจสอบร้านจำหน่ายอาหารทั่วจังหวัดด้วยว่ามีแบบนี้หรือไม่

 

ขนมจีนน้ำยา
ซื้อ ขนมจีนน้ำยา ให้แม่กิน พบสิ่งแปลกปลอมคล้ายกับกระดาษชำระเต็มถุง