ไทยเร่งพัฒนา วัคซีน โควิด-19 ถ้าผลิตได้เอง จะเป็นพื้นฐานรับมือโรคใหม่

ไทยเร่งพัฒนา วัคซีน โควิด-19 ถ้าผลิตได้เอง จะเป็นพื้นฐานรับมือโรคใหม่ ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติ รีบทำการสร้างการเข้าถึงวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประเทศไทย ทั้งในการพัฒนาวัคซีนต้นแบบภายในประเทศ โดยทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลฯกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อยู่ในระหว่างการพัฒนาปละปรับปรุงวัคซีนต้นแบบอยู่ เพื่อที่จะทำการทดสอบภายในสัตว์ทดลอง และอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อสร้างความร่วมมือในการวิจัยวัคซีนกับประเทศจีน

เมื่อวานนี้ (19 เม.ย.63) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) บอกว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาตินั้น ได้ทำการกำหนดแนวทางในการสร้างการเข้าถึงวัคซีนให้กับประเทศไทยให้เร็วที่สุด โดยได้ทำการประสานงานเพื่อขอความร่วมมือกับต่างประเทศในการศึกษาวิจัยวัคซีน

เพื่อมาทดสอบภายในประเทศไทย ได้ประสานงานกับทางสถานทูตของจีน ติดตามความก้าวหน้าการทำข้อตกลง ความร่วมมือกับประเทศจีน ร่วมทำการศึกษาวิจัยทดสอบวัคซีนในคน ระยะที่ 2

ในขณะเดียวกัน ในประเทศได้มีความร่วมมือในการพัฒนาวัคซีนต้นแบบระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ การวิจัยของทางคณะแพทยศาสตร์จุฬา กับบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทดลองในสัตว์ ก่อนที่จะเข้าสู่การทดสอบในคนนั่นเอง นำไปสู่การผลิตวัคซีนได้เองภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้เร็วขึ้นอีกด้วย เป็นพื้นฐานที่มีความสำคัญในการรับมือกับโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคตได้อีกด้วยนั่นเอง

ด้าน ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บอกว่า ตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อยู่ในระหว่างการตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันภายในเลือดของสัตว์ทดลองที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้นแบบ 2 ครั้ง ในการการวิจัยของทางคณะแพทยฯ กับบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย ส่วนการวิจัยของทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ในระหว่างการเพิ่มจำนวนไวรัส เพื่อที่จะนำไปฆ่าเชื้อเป็นวัคซีนเชื้อตาย นำไปฉีดในสัตว์ทดลอง

ทั้งนี้ การพัฒนาวัคซีนหลังจากที่ทำการทดสอบในสัตว์ทดลอง จะทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในคนอีกประมาณ  3 ระยะ นั่นก็คือ ระยะที่ 1 ทดสอบความปลอดภัยในคน 30 ถึง 50 คน ระยะที่ 2 การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน กลุ่มเล็ก 100 ถึง 150 คน และระยะที่ 3 ให้ผลในการป้องกันโรคภายในกลุ่มใหญ่ 500 คนขึ้นไปนั่นเอง

ชาวยุโรป ตายเพราะโควิด -19 ทะลุ 1 แสนราย 2 ใน 3 ของการตายทั่วโลก

ชาวยุโรป ตายเพราะโควิด -19 ทะลุ 1 แสนราย 2 ใน 3 ของการตายทั่วโลก เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดระบาดไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่องไม่มีการหยุดยั้ง  ล่าสุดทวีปยุโรปซึ่งเป็นหนึ่งในทวีปที่มีการได้รับผลกระทบมากที่สุด มียอดของผู้เสียชีวิตกว่า 1 แสนรายแล้ว

โดยจำนวนตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตรวมๆ ในช่วงเช้าของวันที่ 19 เม.ย.2563 อยู่ที่ประมาณ 100,510 คน หรือคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ที่เสียชีวิตทั้งโลกนั่นเอง

ขณะที่ในสหรัฐอเมริกานั้น เป็นเพียงประเทศเดียวที่มียอดของผู้ที่เสียชีวิตเกือบๆ 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมด หรือมากกว่า 38,000 รายแล้วเหมือกัน

สำหรับยอดของผู้ที่เสียชีวิตทั่วโลกจากเชื้อไวรัสโควิด-19  ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ  159,510 คน โดยทางสหรัฐ ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ถึง  38,664 ราย ตามมาด้วยประเทศอีตาลี  อยู่ที่ 23,227 ,  ประเทศสเปน ประมาณ 20,043  , ประเทศฝรั่งเศส อยู่ที่ 19,323 และประเทศอังกฤษประมาณ  15,464  ขณะที่จำนวนตัวเลขของผู้ที่มีการติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ  2,317,759 คน สหรัฐมีผู้ที่ติดเชื้อมากที่สุดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 732,197 , สเปน อยู่ที่ 191,726 , ประเทศอิตาลี ประมาณ  175,925  , ประเทศฝรั่งเศสอยู่ที่  149,149 ,  เยอรมนี  ประมาณ 143,342 และอังกฤษอยู่ที่  115,314  ราย ส่วนจำนวนตัวเลของผู้ที่มีการติดเชื้อ ที่ได้รับการรักษาจนหายขาดแล้วอยู่ที่ประมาณ  592,319 คน

พิษโควิด-19 ปูนซีเมนต์นครหลวง ปิดสายการผลิต โรงงานสระบุรี

        พิษโควิด-19  ปูนซีเมนต์นครหลวง ปิดสายการผลิต โรงงานสระบุรี พิษโควิด-19 ปูนซีเมนต์นครหลวง ปิดสายการผลิต โรงงานสระบุรี  บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับเรื่องของการปิดสายการผลิตโรงงาน 1 ของกิจการ สระบุรี ว่า ทางบริษัทฯ  ขอแจ้งให้ทราบว่า จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19        

        ซึ่งทำให้ความต้องการปูนซีเมนต์ของตลาด ทั้งในและต่างประเทศหดตัวลงนั่นเอง ทำให้ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปิดสายในการผลิตโรงงาน 1 ของกิจการสระบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไปนั่นเอง        

         อย่างไรก็ตาม รายได้จากสายการผลิตโรงงาน 1 นี้  เมื่อทำการเปรียบเทียบกับรายได้ของทางกลุ่มบริษัท คิดเป็นอัตราส่วนน้อยกว่าร้อยละ 4 ดังนั้น การปิดสายการผลิตโรงงาน 1 ในครั้งนี้  จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทางบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ

 

พิษโควิด-19 ปูนซีเมนต์นครหลวง ปิดสายการผลิต โรงงานสระบุรี

เจ๊จง ชวนวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รับหมูทอดไปขาย กำไรกล่องละ 7 บาท

เจ๊จง ชวนวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รับหมูทอดไปขาย กำไรกล่องละ 7 บาท จากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก การทำงานหยุดตวลง จนทำให้ขาดรายได้ เกิดวิกฤติในอาชีพ จนลำบากกันถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม ความลำบากในสถานการณ์แบนี้ เรากลับได้เห็นมุมดีๆ ภายในสังคมไทยที่ยังมีน้ำใจให้กันเสมอ อย่างเช่นกรณีของ “เจ๊จง” ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “หมูทอดเจ๊จง” ที่ก่อนหน้านี้ เคยแสดงน้ำใจด้วยการแบ่งปันข้าวหมูทอทให้กับบุคลากรการแพทย์  ที่ทำงานอย่างหนัก จนไม่มีเวลาได้ออกมาซื้อกับข้าว จึงได้ส่งข้าวกล่องให้กับ รพ.วิถี และ บำราญฯ ภายใต้ชื่อโครงการ Chefs For Chance และนอกจากนี้ เจ๊จงยังทำการแจกอาหารและสิ่งของที่มีความจำเป็นให้กับชาวบ้านภายในชุมชนต่างๆ ที่บางคนเดือดร้อนจากภาวะตกงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ล่าสุด เจ๊จง ลุกขึ้นมาประกาศ เพื่อช่วยสร้างโอกาสสำหรับผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์วิน และคนที่ขับแท็กซี่ ให้มีรายได้เลี้ยงชีพด้วยการนำข้าวหมูทอดใส่กล่องไปขายตามหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ โดยผู้ที่นำไปขายต่อจะได้กำไรต่อกล่อง อยู่ที่กล่องละ 7 บาท และไม่ต้องจ่ายเงินก่อน แค่นำหลักฐานมาแสดงกับทางร้าน พร้อมกับบอกพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อน จากนั้นขายได้เท่าไหร่ก็บวกกับกำไรไป สร้างรายได้เพิ่มจากในเวลาวิกฤตแบบนี้

โดยเจ๊จงบอกถึงแรงบันดาลใจ ว่า อยากจะช่วยให้คนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้มีรายได้เพิ่ม ในเวลาวิกฤตแบบนี้ต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกัน หากแค่ให้เงิน แจกเงิน เดี๋ยวก็หมดไป แต่ถ้าให้วิธีหารายได้ก็จะมีความยั่งยืนกว่านั่นเอง

“ เราให้วิชาหาเงิน แจกของที่จำเป็นเพื่อเป้นการบรรเทาความเดือดร้อน เชื่อเจ๊เถอะ ไม่ต้องรอเวลา ว่าเมื่อไหร่เงินจะมา แต่ขอให้ลุกขึ้นมาแล้วออกไปหาเงิน” เจ๊จงพูด

 

ขอนแก่น สั่งปิดโรงพยาบาลน้ำพอง กักตัวคนไข้ 50 คน บุคลากรแพทย์ 53 คน

ขอนแก่น สั่งปิดโรงพยาบาลน้ำพอง กักตัวคนไข้ 50 คน บุคลากรแพทย์ 53 คน  ( 15 เมษายน 2563 ) หลังจากที่เมื่อวานนี้ ทางด้าน จ.ขอนแก่น มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายที่ 5ของจังหวัดแล้ว ซึ่งเป็นหญิง อายุ 63 ปี ซึ่งติดเชื้อมาจากลูกชาย โดยที่ก่อนหน้านี้ ได้เดินทางเข้ามาตรวจที่ รพ. น้ำพอง ก่อนที่จะถูกส่งไปตรวจที่ รพ.ขอนแก่น พบว่าผลที่ออกมานั้นเป็นบวก ทำให้ต้องทำการปิด รพ.น้ำพองโดยทันที พร้อมทั้งเตรียม รพ.สนามกักตัวกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์อีกทั้งหมด 86 คน

เส้นทางเข้า-ออก หมู่บ้านกุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ถูกนำแผงเหล็กมาทำการปิดกั้นเส้นทางเข้าออกในหมู่บ้าน กว่า 10 จุด แต่ยังเปิดให้ใช้ 3 เส้นทางหลัก ที่มีการเชื่อมต่อกับ อ.อุบลรัตน์ และโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจาก มีทั้งคนนอกพื้นที่และประชากร ที่แฝงอยู่เป็นจำนวนมาก ตามที่มีการลงความเห็นในประชุม ทางคณะกรรมการของหมู่บ้าน

หลังจากที่มีการตรวจพบผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ภายในพื้นที่ เป็นหญิง อายุ  63 ปี  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ติดเชื้อมาจากลูกชาย ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง เมื่อวันที่ (18 มีนาคม 2563)   และกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน แต่จากการตรวจหาเชื้อลูกชาย ผลออกมาเป็นลบ และยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆทั้งสิ้น เกิดขึ้นอีกด้วย

ซึ่งหลังจากนั่นได้มีมาตรการในการปิดเส้นทางเข้า-ออก ภายในหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้านกุดน้ำใสเอง ก็บอกว่าหลังจากที่เกิดเหตุชาวบ้านต่างก็เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน และเห็นด้วยกับการปิดเส้นทางเข้า-ออก อีกทั้งยังมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเกิดกับคนที่อยู่ภายในหมู่บ้านถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆอีกด้วย

ในส่วนของทาง รพ.น้ำพอง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้มีการตั้งจุดเพื่อทำการคัดกรองอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ได้ทำการปิดวอร์ดบริเวณชั้นที่ 3 ตึกผู้ป่วยนอกและคลินิกนอกเวลา 3 วัน เพื่อที่จะทำความสะอาด เนื่องจากว่า หญิงวัย 63 ปี รายนี้ได้นอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ ถึง 5 วัน

ก่อนที่จะพบว่ามีการติดเชื้อ โดยทางแพทย์ยังได้สั่งกักตัวคนไข้อีก จำนวน 50 ราย ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ ในระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่ง 35 คน อาการดีขึ้นแล้ว ได้ให้ไปกักตัวที่บ้านพร้อมกับติดตามอย่างใกล้ชิดนั่นเอง

ส่วนพื้นที่ในการกักตัว  บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมด 80 ราย ที่มีการสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ เป็นบุคลากรจาก รพ.น้ำพอง จำนวน 53 ราย และโรงพยาบาลขอนแก่น ทั้งหมด 33 คน เบื้องต้น ตอนนี้ได้รับการยืนยัน มี 2 โรงแรม คือ ลาวิล่าและกรีนโฮเท็ล ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อเป็นที่ทำการกักตัว เพื่อเฝ้าดูอาการ 14 วัน

C.D.C. เปิดเผยผลวิจัยว่า ไวรัสโคโรนา สามารถอาศัยอยู่บนพื้นรองเท้าได้

C.D.C. เปิดเผยผลวิจัยว่า ไวรัสโคโรนา สามารถอาศัยอยู่บนพื้นรองเท้าได้ ผลวิจัยจากศูนย์ควบคุมและเพื่อเป็นการป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ C.D.C. ที่จัดทำในระหว่าง วันที่ 19 ก.พ. จนถึง 2 มี.ค. 63 บอกว่า “ เชื้อไวรัสโคโรนา ” สามารถที่จะอาศัยอยู่บนพื้นรองเท้าได้ โดยประมาณ  50% ของตัวอย่างที่เก็บได้มาจากบนพื้นรองเท้าของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำหน้าที่อยู่ภายในห้องไอซียูของทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีเชื้อ Sars-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรค COVID-19 ปนเปื้อนอยู่ด้วยนั่นเอง ดังนั้น นักวิจัยจึงได้ทำการสรุปว่า บนพื้นรองเท้าของทางบุคลากรทางการแพทย์อาจจะทำหน้าที่เป็นพาหะของโรคได้เหมือนกันนั่นเอง

นอกจากนี้ นักวิจัยยัง บอกว่า จากการที่บุคลากรทางการแพทย์เดินไป เดินมา ภายในวอร์ด จึงทำให้มีการตรวจพบเชื้อไวรัสกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณบนพื้นนั่นเอง  ถึงแม้แต่ภายในบริเวณห้องยาที่ไม่มีผู้ป่วยก็ด้วย ดังนั้น จึงได้ทำการแนะนำให้ผู้ที่ปฏิบัติงานภายในวอร์ด ทำความสะอาดและทำการฆ่าเชื้อที่พื้นรองเท้าก่อนที่จะออกจากวอร์ดที่มีผู้ติดเชื้ออีกด้วย

นอกจากนี้ เชื้อไวรัสยังคงถูกพบทั้งบนเมาส์ของคอมฯ บริเวณถังขยะและในบริเวณราวกันตกของเตียงผู้ป่วยด้วย เพราะฉะนั้น นักวิจัยจึงได้บอกในรายงานว่า การพัฒนาของแนวทางในการปฏิบัติงานทางด้านความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ และการที่จะตอบคำถามของประชาชนทุกๆคน เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนาจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆนั่นเอง

ประเทศจีน พบผู้ติดโควิด-19 รายใหม่ สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์

ประเทศจีน พบผู้ติดโควิด-19 รายใหม่ สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ทางด้านคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของประเทศจีน แถลงการณ์ วันนี้  ( 13 เมษายน 2563 ) ว่ามีการพบจำนวนของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19  รายใหม่ ทั้งหมดประมาณ 108 คน เมื่อวานนี้ ( 12 เมษายน 2563 ) ซึ่งเป็นจำนวนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดภายในรอบระยะเวลา 5 สัปดาห์

ผู้ป่วย ทั้งหมดจำนวน 98 คน จากทั้งหมดประมาณ  108 คนนี้ ประเทศจีน บอกว่า ได้รับเชื้อมาจากต่างประเทศทั้งหมด

จำนวนตัวเลขนี้ สูงมากกว่าจำนวนของผู้ที่มีการติดเชื้อรายใหม่ ที่มีการพบภายในวันก่อนหน้านี้ ที่มีทั้งหมด ประมาณ 99 คน และมาจากต่างประเทศ ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ  97 คน

ส่วนจำนวนตัวเลขสะสมของผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศจีน ในวันนี้ (13 เมษายน 2563 ) อยู่ที่ประมาณ  82,160 ราย ส่วนจำนวนผู้ที่เสียชีวิต เพิ่มขึ้นอีกประมาณ  2 ราย ซึ่งมาอยู่ที่ ประมาณ 3,341 ราย

 

หนุ่มเครียด ขาดรายได้ ใช้ผ้าม่านผูกคอตาย ก่อนตายเกือบจุดไฟเผาบ้านตัวเอง

        หนุ่มเครียด ขาดรายได้ ใช้ผ้าม่านผูกคอตาย ก่อนตายเกือบจุดไฟเผาบ้านตัวเอง วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ  13.30 น. ร.ต.อ.ไพสิฐ บุญธปัญญา รอง สารวัตรสอบสวน  สภ.บ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้รับแจ้ง ว่า มีคนผูกคอตาย ที่บ้านภายใน ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จึงได้ไปตรวจสอบพร้อมทั้งกำลังฝ่ายสืบสวนแพทย์เวร รพ.ศรีศรีสัชนาลัยและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเทพนิมิตจุดสารจิตร ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสีฟ้า พบชาวบ้านมุงดูอยู่ภายในบ้าน

เมื่อเข้าไปภายในบ้าน พบศพของชายไม่สวมเสื้อ ใช้เชือกในล่อนที่เป็นราวผ้าม่าน ผูกคอตัวเองห้อยอยู่กับตะปูที่ตอกเอาไว้ผนังห้องนอนเสียชีวิต สภาพศพอยู่ในลักษณะนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น จากการพลิกศพ

เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ รู้ชื่อของผู้เสียชีวิตคือ นายสาธิต อายุประมาณ  30 ปี อาศัยอยู่บ้านเพียงคนเดียว และจากการสอบถาม น.ส.รจนา อายุประมาณ  56 ปี แม่ของผู้ตาย เล่าว่า ลูกชายเป็นคนขยันทำงาน แต่ก่อนหน้านี้ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศและได้ทำการส่งเงินมาสร้างบ้านจนเสร็จและเมื่อประมาณปลายปี 2562 ได้กลับมาอยู่บ้าน เนื่องจากว่าหมดสัญญาในการทำงาน

ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ตนเองไม่รู้ เพราะว่าก่อนหน้านี้คนตายเคยบ่นๆเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ไม่พอใช้พอจ่าย เงินที่ได้จากการทำงานที่ต่างประเทศ ก็ได้ใช้ในการสร้างบ้านหลังนี้ไปหมดแล้ว ได้แต่บ่นว่าอยากมีงานทำ อยากมีรายได้ ซึ่งแม่ของผู้ตาย คิดว่าลูกของตนเองน่าจะเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากระยะหลังๆนี้ไม่ค่อยยุ่งอะไรกับใครเลย

และเมื่อคืนก่อนที่จะเกิดเหตุ ก็ได้ทำการจุดไฟจะเผาบ้านของตนเอง แต่พ่อมาเห็นจึงช่วยกันดับไฟ  ตนเองและสามีจึงช่วยกันปลอบใจลูกจนมีอาการที่ดีขึ้น ก่อนที่จะแยกกันไปนอนที่บ้านอีกหลังหนึ่ง จนถึงเช้า เวลา 10.00 น. ตนจึงได้มาเรียก แต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับกลับมาเลย ตนก็คิดว่าลูกคงยังไม่ตื่นนอน จนเวลา 12.10 น. พ่อมาเรียกอีกก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย

จึงได้ขึ้นไปดูก็พบว่าลูกชายของตนผูกคอตายไปแล้ว จึงได้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุของการตายนั้น ทางครอบครัวไม่ติดใจหรือสงสัยอะไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการมอบศพให้ทางญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไปนั่นเอง

พักชำระหนี้ สินเชื่อบ้าน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ธอส.ช่วยเหลือลูกค้า

พักชำระหนี้ สินเชื่อบ้าน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ธอส.ช่วยเหลือลูกค้า  นาย ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บอกว่า ตามที่ทาง ธอส. ได้จัดทำโครงการ ธอส. ช่วยเหลือคนไทย ร่วมกันสร้างชาติ  เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายภายในการผ่อนการชำระเงินกู้ เพื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าของทางธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ล่าสุดทางธนาคาร ได้มีการลงความเห็นชอบให้ทาง ธอส. จัดทำมาตรการเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้า ที่กำลังได้รับผลกระทบเพิ่มเติม คือ มาตรการที่ 5 พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา ประมาณ 4 เดือน

สำหรับกลุ่มลูกค้าทุกๆวัตถุประสงค์การกู้ที่มีวงเงินกู้ทุกๆบัญชีรวมกันไม่เกิน ทั้งหมด 3 ล้านบาท และมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท เพื่อเป็นการครอบคลุมลูกค้าปัจจุบันของทางธนาคารที่อยู่ภายในกลุ่มของผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลาง ที่เข้าข่ายในการใช้มาตรการได้ถึง 1.1 ล้านบัญชี ทั้งสถานะบัญชีปกติและสถานะบัญชีดอกเบี้ยผิดนัดหรือสถานะกฎหมาย

ส่วนดอกเบี้ยที่พักไว้หลังจากที่ครบระยะเวลาพักชำระหนี้ ถึงเวลาประมาณ 4 เดือน ลูกค้าต้องทำการทยอยทำการผ่อนผ่อนชำระ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ครบภายในระยะเวลาทั้งหมด 24 เดือน และเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จากการเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ  ธอส. จึงได้ทำการเปิดให้ผู้ที่มีความสนใจสามารถเข้ามาตรการแจ้งความประสงค์ผ่าน Mobile Application : GHB ALL โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 30 เม.ย. 63

 

พักชำระหนี้ สินเชื่อบ้าน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ธอส.ช่วยเหลือลูกค้า

 

พักชำระหนี้ สินเชื่อบ้าน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ธอส.ช่วยเหลือลูกค้า

เกาหลีใต้ พบป่วยโควิด-19 รายใหม่ไม่ถึง 30 คน ครั้งแรกรอบ 50 วัน

เกาหลีใต้ พบป่วยโควิด-19 รายใหม่ไม่ถึง 30 คน ครั้งแรกรอบ 50 วัน สำนักงานควบคุมโรคของประเทศเกาหลีใต้ แถลงการณ์ว่า วันนี้ ( 10 เมษายน 2563 ) ว่ามีการพบผู้ที่มีการติดเชิ้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพียงแค่ 27 คนเท่านั้น  ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุด ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้หรือต่ำที่สุดในรอบ 50 วัน ขณะที่จำนวนสะสมของผู้ป่วยโรคติดเชิ้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19ทั้งประเทศนั้นอยู่ที่ประมาณ  10,450 ราย

นอกจากนี้ เมืองแดกู ทางใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งของการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้ แหล่งกำเนิด ไม่พบผู้ที่ติดเชื้อรายใหม่เลย เป็นครั้งแรกในรอบ 52 วัน ขณะที่จำนวนรวมๆของผู้ที่มีการติดเชื้อภายในเมืองนี้ เพียงแค่เมืองเดียว อยู่ที่ประมาณ  6,807 ราย หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่  65% ของผู้ที่มีการติดเชื้อทั้งประเทศเกาหลีใต้

จำนวนตัวเลขของการพบผู้ติดเชิ้อรายใหม่ อยู่ที่ประมาณ  27 รายนี้ ยังต่ำลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ และต่ำลงกว่าวันก่อนหน้านี้ ที่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ อยู่ที่ประมาณ  39 ราย

อย่างไรก็ตาม จำนวนของผู้ที่มีการติดเชื้อรายใหม่ ในช่วงหลังๆที่มีการพบมากภายในบริเวณพื้นที่ของกรุงโซล และ จ.คยองกี ที่มีพรมแดนติดกัน เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง ขณะที่บางส่วนเป็นผู้ที่มีการติดเชื้อที่เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศนั่นเอง